รีวิว Vivo V11 ดีไซน์งามหยดย้อย ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ สแกนนิ้วบนจอแสดงผล...

การสนทนาใน 'Thai News Mobile Phone' เริ่มโดย Thai News, 14 กันยายน 2018

By Thai News on 14 กันยายน 2018 at 19:22
  1. Thai News

    Thai News Moderator ทีมงานสมาชิก

    [​IMG]

    Vivo V11 สมาร์ทโฟน Mid-range รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมความครบเครื่องรอบด้าน อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากเรือธง Vivo X21 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากเทคโนโลยีที่จัดเต็มแล้ว Vivo V11 ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ไล่ระดับเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อีกทั้งยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo FullViewTM Display ที่มีความสวยงามคมชัด ขนาดใหญ่เต็มตา 6.41 นิ้ว โดยมีพื้นที่แสดงผลสูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. อีกด้วย ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์หรือเล่นเกมได้อรรถรสที่เติมเต็มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี AI อันชาญฉลาดที่พร้อมขับเคลื่อนการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงกล้องที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีในทุกสถานการณ์จากความฉลาดของตัว AI โดย Vivo V11 ถือว่าเป็นรุ่นสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ V9 ได้อย่างลงตัวมาก


    สเปคเบื้องต้น Vivo V11


    ● จอแสดงผล Halo FullViewTM Display ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล กระจกโค้ง 2.5D
    ● ซีพียู Qualcomm Snapdragon 660AIE Octa-core
    ● จีพียู Adreno 512
    ● แรม 6GB
    ● หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
    ● กล้องหลังคู่ 12 MP, f/1.8, 1/2.8″, dual pixel PDAF + 5 MP, f/2.4, depth sensor autofocus, LED flash
    ● กล้องหน้า 25 MP, f/2.0
    ● รองรับ 3G/4G ทุกคลื่นความถี่ในไทย
    ● ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.5 (บนพื้นฐาน Android 8.1)
    ● แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
    ● ขนาดตัวเครื่อง 157.91 x 75.08 x 7.9 ม.ม.
    ● น้ำหนัก 156 กรัม
    ● สี Nebula (ม่วง-น้ำเงิน), Starry Night (ดำ-น้ำเงิน)
    ● ราคาวางจำหน่าย 13,990 บาท



    Packaging & Accessories


    [​IMG]

    [​IMG]

    ตัวกล่องแพ็กเกจมาในขนาดกะทัดรัดและเลือกใช้โทนสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายเหมือนเช่นเคย ด้านหน้ากล่องพิมพ์รูปตัวเครื่องพร้อมโชว์จุดขายด้วยรูปลายนิ้วมือซึ่งสื่อไปถึงนวัตกรรม In Display Fingerprint Scanning อันลื่อลั่นต่อจากรุ่นพี่ Vivo X21 นั่นเอง



    [​IMG]

    ด้านหลังกล่องนำเสนอฟีเจอร์หลักอันเป็นจุดขาย ซึ่งประกอบไปด้วย ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในจอแสดงผล, กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยความฉลาดล้ำจาก AI, และระบบชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging



    สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะประกอบไปด้วย


    [​IMG]

    1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
    2. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม
    3. เคสซิลิโคนชนิดใส

    [​IMG]

    [​IMG]

    4. สาย Micro USB + อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 5V-2A, 9V-2A รองรับระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging



    [​IMG]

    5.หูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์





    Design & Hardware


    [​IMG]

    [​IMG]

    เป็นอีกครั้งสำคัญสำหรับความเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ของสมาร์ทโฟนจากค่าย Vivo โดยในปัจจุบันเราก็คงจะพอมองเห็นแล้วว่าเทรนด์การออกแบบของสมาร์ทโฟนยุคนี้ จะมี Notch หรือรอยบากบนหน้าจอ พร้อมดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่องที่รังสรรค์จากแรงบันดาลใจอันมาจากธรรมชาติเป็นจุดขายหลักนั่นเอง โดย Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์รอยบากครึ่งวงกลมในลักษณะของรูปทรงหยดน้ำ ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน และแน่นอนว่าส่งผลให้หน้าจอแสดงผลนั้นมีพื้นที่ต่ออัตราส่วนของตัวเครื่องที่สูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการแสดงผลต่อตัวบอดี้สูงลำดับต้น ๆ ของตลาดสมาร์ทโฟนในตลาด ณ ตอนนี้

    ส่วนดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่อง ทาง Vivo เอง มีการทำ R&D อย่างหนัก และรังสรรค์ Vivo V11 ออกมาด้วยแรงบันดาลใจจากแสงและเงาในโทนสี Starry Night โดยมีแนวคิดจากท้องฟ้าในยามค่ำคืน และผสมผสานความงามระหว่างสีดำและสีน้ำเงิน ส่วนโทนสี Nebula นั้นกำเนิดจากความสว่างของดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับในท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้เกิดเฉดสีฟ้าและม่วงสีม่วงของเนบิวลา ซึ่งให้ฟิลลิ่งประหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาลที่ย่อลงมาสู่มือของผู้ใช้งานนั่นเอง

    ในภาพรวมภายนอก Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์ฝาหลังแบบ 3D ที่เน้นความโค้งเว้า พร้อมสอดรับเข้ากับสรีระศาสตร์แถมยังมีน้ำหนักที่เบา จึงทำให้การจับถือมีความกระชับและรู้สึกถนัดมือดีมาก ส่วนในแง่ของงานประกอบ ต้องชมเลยว่า Vivo V11 มีความเรียบร้อยแข็งแรง แน่นหนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยเมื่อลองกดลองบีบแรง ๆ ก็ไม่พบ defect ในด้านของวัสดุและงานประกอบแต่อย่างใด ตรงนี้ Vivo ยังคงรักษามาตรฐานที่ถือว่าเป็นจุดแข็งจุดขายของทางค่ายไว้ได้อย่างเหนี่ยวแน่น



    [​IMG][​IMG]

    [​IMG][​IMG]

    คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

    ฝาหลังไล่โทนเฉดสีแบบเกลี่ยเล่นระดับได้อย่างงดงาม พร้อมให้สีสันและเปล่งประกายระยิบระยับงามจับตาเมื่อยามกระทบแสงอาทิตย์ หรือแสงไฟนีออน



    [​IMG]

    หน้าจอแสดงผลมาพร้อมเทคโนโลยี Halo FullViewTM Display โดยใช้พาเนลชนิด Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ที่ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล พร้อมกระจกโค้ง 2.5D สำหรับจุดเด่นของจอแสดง Halo FullViewTM Display บน Vivo V11 ก็คือมีค่า DCi P3 color gamut สูงถึง 99.5% เลยทีเดียว ซึ่งถ้าให้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ จอแสดงผลของ Vivo V11 มีการแสดงผลของสีสันที่ให้ความสมจริงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงมาก หากใครที่ชื่นชอบถ่ายรูปและอยากรู้ว่ารูปที่เราถ่ายออกมาให้สีสันตรงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงเหมือนที่ตาเห็นหรือไม่ จอแสดงผลของ Vivo V11 สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดีเลยครับ



    [​IMG]

    สำหรับลำโพงสนทนาจะอยู่ที่ด้านบนสุด โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับขอบของตัวเครื่องได้อย่างลงตัว สำหรับกล้องหน้าจัดวางเลย์เอาท์ไว้ภายในรอยบาก ทำให้ได้พื้นที่แสดงผลที่ใหญ่เต็มตา ตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว และอีกสิ่งที่น่าประจับก็คือ Vivo V11 นั้นติดฟิลม์กันรอยมาให้ตั้งแต่โรงงาน ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะหาฟิลม์ยากเพราะดีไซน์ที่แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาด



    [​IMG]

    [​IMG]

    กล้องหลังคู่ Dual Camera ออกแบบจัดวางเลย์เอาท์ไว้ในกรอบสแตนเลสสีทอง ที่ช่วยเพิ่มหรูหราพรีเมี่ยม และมาพร้อมไฟแฟลช LED 1 ดวง ตัวกล้องหลังเลือกใช้เซ็นซอร์แบบ dual pixel ที่มาพร้อมควาสามารถในการจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วแม่นยำเพียง 0.03 วินาที สำหรับเซ็นเซอร์ตัวแรกจะมีความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล (โดย 2 เซ็นเซอร์รวมกันเป็น 24 ล้านพิกเซล) มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 และพิกเซลไซส์ขนาด 1.28μm ส่วนกล้องตัวที่ 2 ให้ความละเอียดมาที 5 ล้านพิเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 พร้อม depth sensor ที่ช่วยตรวจจับความลึกหรือระยะห่างของตัววัตถุ ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมโบเก้ได้อย่างสวยงามในสไตล์กล้อง DSLR



    [​IMG]

    ด้านบนของตัวเครื่องจะมีไมค์บันทึกเสียงและยังเป็นไมคืที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวนอีกด้วย



    [​IMG]

    ด้านล้างประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมค์สนทนา, พอร์ต Micro USB, และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ในด้านของคุณภาพเสียงลำโพงของ Vivo V11 ต้องบอกว่าน่าประทับใจครับ แม้จะเป็นลำโพงแบบโมโนแต่ก็ให้สุ้มเสียงที่ดีเกินคาด ทั้งในด้านความดังและความใสเคลียร์ และเมื่อเปิดเร่งระดับเสียงจนสุดเสียงที่ออกมาก็ไม่แตกพร้าแต่อย่างใด



    [​IMG]

    ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ที่ฝั่งขวาของตัวเครื่อง



    [​IMG]

    สำหรับฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของ ช่องถาดซิม+การ์ด MicroSD

    [​IMG]

    หนึ่งในจุดเด่นของ Vivo V11 คือการให้ช่องถาดซิมมาแบบ Triple slot ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการใส่หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ซึ่งเป็นข้อดีเหนือว่าถาดแบบไฮบริดที่มักนิยมใช้กันในสมาร์ทโฟนยุคนี้




    [​IMG]

    ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo V11





    [​IMG]

    เป็นครั้งแรกของซีรีส์ V ที่ได้มีการนำนวัตกรรมอันล้ำสมัย In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากเรือธง Vivo X21 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าทำให้ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ในง่ายขึ้นอีกด้วย



    [​IMG]

    [​IMG]

    สำหรับการทำงานของ In-Display Fingerprint Scanning จะไม่แตกต่างไปจากเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติทั่ว ๆ ไป โดยตัวเซ็นเซอร์จะแสดงผลเป็นรูปไอคอนรอยนิ้วมืออยู่ที่ด้านล่างของจอแสดงผล (จะดับไปเองเมื่อเข้าสู่โหมดสแตนบาย) การปลดล็อคเพียงแค่แตะลงไปเบา ๆ ไม่ต้องออกแรงกดลงน้ำหนักมากกว่าปรกติแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อคหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ ซึ่งช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

    ในแง่ของความเร็วถือว่ามีความใกล้เคียงกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติ ส่วนเรื่องของความแม่นยำนั้นต้องบอกเลยว่าทำได้ดีมาก ๆ เช่นกันครับ





    [​IMG]

    [​IMG]

    การเซ็ตอัพหรือการเพิ่มลายนิ้วมือเข้าไปในระบบ จะใช้วิธีเดียวกับการเพิ่มลายนิ้วมือบนเซ็นเซอร์ที่มีให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปครับ ผู้ใช้งานไม่ต้องปรับตัวหรือต้องทำอะไรเป็นพิเศษ อธิบายแบบง่าย ๆ เคยใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติมาอย่างไร เมื่อมาใช้งาน Vivo V11 ก็ใช้งานเหมือนเดิมนั่นเองครับ



    [​IMG]

    ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย นอกจากเทคโนโลยี In-Display Fingerprint Scanning ที่เป็นจุดขายหลักแล้ว Vivo V11 ยังมาพร้อม face unlock ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า ซึ่งมาอินฟาเรด ทำให้ความแม่นยำของ Face Access นั้นเพิ่มมากขึ้น สามารถแสดงจุดต่าง ๆ บนใบหน้าได้ถึง 1,024 จุด ซซึ่งส่งผลให้ให้การปลดล็อคโทรศัพท์ได้ง่ายและรวดเร็วแม่นยำ แม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา



    [​IMG]

    Vivo V11 มาพร้อมจอแสดงผล Halo FullViewTM Display ชนิด Super AMOLED ที่ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด สามารถแสดงขอบเขตสีได้สมจริงแม่นยำ อีกทั้งยังมาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.41 นิ้ว แต่ตัวบอดี้นั้นไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย เพราะ Vivo V11 ออกแบบดีไซน์รอยบากในรูปทรงหยดน้ำ อีกทั้งยังมีขอบจอที่บางเฉียบเพียง 1.76 มม. จึงส่งผลให้มีพื้นที่แสดงผลต่อตัวบอดี้สูงถึง 90.8% เลยทีเดียว เมื่อผสานรวมกับอัตราส่วน 19.5:9 และความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล ทำให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง Youtube หรือ Netflix ได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น



    [​IMG]

    [​IMG]

    ฟีเจอร์ยอดนิยมของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ต้องมีการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งบน Vivo V11 นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านบนขอบจอลงมาด้านล่าง ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที อีกทั้งเรายังสามารถเรียกใช้งานมัลติทาส์กกิ้งหรือโหมดแบ่งหน้าจอ ด้วยการเข้าไปที่แผงการตั้งค่าด่วน (ปัดขอบจอจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน) โดยเลือกไปที่ไอคอน “มัลติทาส์กกิ้ง” นอกจากนี้ยังสามารถแยกหน้าจอข้อความโดยตั้งค่าให้เป็นแบบไอคอนลอยตัว ซึ่งจะสามารถเข้าถึงโหมด .มัลติทาส์กกิ้ง” ได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย



    [​IMG]

    [​IMG]

    ระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging จากการทดสอบจริง เมื่อลองชาร์จเมื่อระดับแบตเตอรี่เหลือที่ 10% ไปจนถึงระดับ 53% ใช้เวลาในการชาร์จเพียง 35 นาที ถือว่าชาร์จได้ไวน่าประทับใจครับ ทั้งนี้ควรใช้ สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่องนะเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ



    [​IMG]


    [​IMG]

    โหมดเกม นอกจากการปรับแต่งทางด้านสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในด้านการแจ้งเตือนอีกด้วย อาทิการปฏิเสธสาย/การรับสายในแบบเบื้องหลัง / การบล็อคการแจ้งเตือน / สามารถแสดงคีย์บอร์ดในขนาดย่อส่วน เพื่อให้การเล่นเกมบน Vivo V11 มีความราบลื่นต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการสะดุดติดขัดมารบกวนใจในขณะเล่นเกม ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์คอเกมหรือผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมอย่างจริงจังได้เป็นอย่างดีเลยครับ



    Software & Feature


    [​IMG]

    [​IMG]

    เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.5 (บนพื้นฐาน Android 8.1) ในด้านยูสเซอร์ อินเทอเฟซ ภาพรวมยังให้ฟิลลิ่งไม่ต่างไปจากสมาร์ทโฟนร่วมค่าย ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก แต่ก็สามารถปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่นจากธีมที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย ซึ้งพร้อมตอบกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการเปลี่ยนรูปลักษณ์การใช้งานในสไตล์ที่ชื่นชอบได้อย่างลงตัว



    [​IMG]

    [​IMG]

    Vivo V11 มาพร้อม Jovi AI Engine ผู้ช่วยอันชาญฉลาด โดย Jovi Smart Scene จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการอัพเดตสภาพอากาศพร้อมการแจ้งเตือนการเดินทาง, การออกกำลังกายที่มีการเก็บสถิติครบถ้วน การแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำ และการแจ้งเตือนในกีฬาที่เราชื่นชอบ เช่นแมตซ์การแข่งขันในสัปดาห์นี้เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ผู้ช่วยที่เราน่าจะคุ้นเคยกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ Google Lens ที่ช่วยเชื่อมโยงความสามารถในด้านการค้นหาร่วมกับกล้องถ่ายรูปได้อย่างลงตัว เช่นเรายกกล้องไปที่วัตถุ อย่างเช่นผลไม้หรือตึกอาคารต่าง ๆ ตัว Google Lens สามารถที่จะระบุสถานที่ หรือรายละเอียดของวัตถุนั้น ๆ ออกมาทำให้เราได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นต้น

    สำหรับอีกหนึ่งผู้ช่วยก็คือ Google Assistant ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราผ่านคำสั่งเสียง ซึ่งรองรับการทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการเล่นเพลงหรือวีดีโอ การโทร/การส่งข้อความ การนำทาง ช้อปปิ้งหรือกระทั้งการจองตั๋วเครื่องบินก็ยังทำได้เช่นกัน ถือว่า Vivo V11 มาพร้อมผู้ช่วยที่ทำให้ชีวิตเราความสะดวกสบายได้อย่างแท้จริงเลครับ



    [​IMG]

    ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรของ Vivo V11 มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

    ฟีเจอร์อื่น ๆ ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมแต่อย่างใด



    [​IMG]

    สำหรับปุ่มนำทาง เราสามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

    สำหรับ Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้บนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเองครับ



    [​IMG]

    โหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ทโฟนของค่ายวีโว่ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่นปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ, การแจ้งเตือน, การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ



    [​IMG]

    โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของทางค่ายวีโว่ โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาว ๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว



    [​IMG]

    [​IMG]

    โหมดมอเตอร์ไซค์และโหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจาก Vivo ไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างโหมดเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ ที่เด็กเล็กบางกลุ่มสุ่มเสียงที่จะมีสมาธิสั้น อารมณ์ร้อนและมีพฤติกรรมก้าวร้าวจากการติดเกม ติดโทรศัพท์, Tablet ของผู้ปกครองนั่นเอง ส่วนโหมดมอเตอร์ไซค์ตรงนี้แม้จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นหลักที่จะเลือกปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งการสวมใส่หมวกกันน็อค การปฏิบัติตามกฏจราจร ฯลฯ แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงบวกที่น่าชื่นชมมาก ๆ ครับ



    [​IMG]

    ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงานบน Vivo V11 ครับ

    ในภาพรวมต้องบอกว่า Vivo V11 นั้นมีแบตที่อึดอย่างน่าประทับใจ หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไปไม่ได้เน้นเล่นเกม สามารถใช้งามได้ครบ 1 วันแบบสบาย ๆ ตรงนี้นอกจากแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาสูงถึง 3400mAh แล้ว ต้องบอกว่า Vivo V11 ปรับแต่ง Firmware มาได้ดีมาก ทำให้การจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



    Benchmarks & Performance

    [​IMG]

    [​IMG]



    ด้วยขุมพลัง Snapdragon 660 แน่นอนว่าไม่ได้แรงเทียบเท่าซีรีย์ 8xx แต่ก็จะมีความโดดเด่นในด้านการจัดสรรพลังงาน รวมไปถึงรองรับ AIE (Artificial Intelligence Engine) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานในภาพรวมร่วมกับ Software หรือแอพพลิเคชั่นอันหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ส่วนในแง่ผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้แบบสบาย ๆ แถมยังมีจุดเด่นตรงที่มาพร้อม RAM ถึง 6GB แบบ DDR4 อีกด้วย รวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ Gyroscope, Magnetomete, Accelerometer ส่วนภาครับสัญญาณ GPS ก็มีความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ



    Multimedia & Entertain


    [​IMG]

    [​IMG]

    Music Player มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย Vivo ทำให้เสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง Vivo V11 นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ



    [​IMG]

    มีวิทยุ FM แบบทศนิยมหนึ่งจุดมาให้ใช้งาน ในภาคสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้ครับ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลัง



    [​IMG]

    VDO Player บน OPPO F9 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น



    ลองทดสอบเกมฮิต ๆ ในช่วงนี้ดูบ้าง

    [​IMG]

    Asphalt 9 มาพร้อมกราฟฟิกสวยงาม แน่นอนว่าต้องการทรัพยากรทางด้าน Hardware ที่แรงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง OPPO F9 นั้นเล่นเกมนี้ได้ลื่นไหลใช้ได้เลยครับ และไม่พบเจอการสะดุดหรือหน่วงจนผิดปรกติแต่อย่างใด



    [​IMG]

    [​IMG]

    PUBG สามารถเล่นในระดับความละเอียดระดับกลางได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงสะดุดติดขัดให้หัวร้อนแต่อย่างใด ส่วน ROV ลากเฟรมเรทสูง ๆ แบบยาว ๆ ในทุก ๆ ฉากไม่มีตก ไม่ว่าจะช่วงเดินเล่นชิล ๆ หรือยกพวกตะลุมบอนหมู่

    สรุป Vivo V11 จัดเป็นสมาร์ทโฟน Mid-Range อีกหนึ่งรุ่นในตลาด ที่สามารถตอบโจทย์คอเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ





    Camera & Sample


    [​IMG]

    [​IMG]


    กล้องหลังคู่ของ Vivo V11 อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่มีความรู้ ความชำนาญในด้านการถ่ายรูปมาก่อนก็ตาม เช่นฟีเจอร์ AI Scene Recognition ที่สามารถตรวจจับวัตถุหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่หลังกล้องให้แบบอัตโนมัติ จากนั้นจะทำการแยกประเภทพร้อมปรับตั้งค่าการถ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ เช่นเราส่องกล้องไปที่อาหาร ก็จะมีไอค่อนรูปอาหารแสดงขึ้นมาในมุมล่างซ้ายของจอแสดงผล จากนั้นตัว AI ก็จะทำการประมวลผลพร้อมปรับแต่งให้ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วมีสมบูรณ์ที่สุด



    [​IMG]


    สำหรับฟีเจอร์ไฮไลท์ที่เคยมีให้ใช้งานบน Vivo V9 หรือ X21 ก็ยังคงให้มาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น AR Stickers, Bokeh Portrait mode, พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้ามาให้ใช้งานอีกด้วย เช่น AI Low Light ที่ใช้หลักการทำงานเดียวกับโหมด HDR นั่นก็คือการถ่ายภาพซ้อนแบบหลาย ๆ เฟรมจากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดนอยส์แล้ว ภาพที่ได้ยังมีความสว่างและคมชัดที่ดีขึ้นอีกด้วย



    [​IMG]

    [​IMG]


    กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียดจัดเต็ม 25 ล้านพิกเซล แน่นอนว่าจุดขายยังคงเป็น AI Face Beauty ที่สามารถใช้ความฉลาดจาก AI มาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีควงามสนุกและได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจ แถมยังมีโหมด ยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด

    [​IMG]


    ในส่วนของตัวแอปอัลบั้มบน Vivo V11 ก็มีความฉลาดล้ำด้วย AI ที่ช่วยแยกพร้อมระบุประเภทภาพถ่ายให้โดยอัตโนมัติ โดยแยกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ แกลลอรีรูปภาพ, อัลบั้ม, การระบุภาพ AI เพื่อการค้นหาในภายหลังได้อย่างสะดวกง่ายขึ้น



    [​IMG]

    ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto โดยที่ยังไม่ใช่ AI Face Beauty ภาพที่ได้ให้ความคมชัดที่ดี และสกินโทนก็ก็ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตาแต่อย่างใด



    [​IMG]

    ลองเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงาม ขึ้นแบบสัมผัสได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ



    [​IMG] [​IMG]

    นอกจากโหมด AI Face Beauty จะให้ภาพที่ดูสวยงามมีความเป็นธรรมชาติแล้ว Vivo V11 ยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส ปรับโครงสร้างใบหน้าเช่น ปรับให้ดวงตากลมตา ริมฝีปากอิ่ม จมูกเรียวโด่ง คางเรียว เป็นต้น



    ฟีเจอร์ AI Selfie Lighting จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเซลฟี่ ซึ่งจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม โดยอัลกอริทึม AI ของ V11 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมาโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ Natural Light, Studio Light, Stereo Light, Loop Light, Rainbow light, และ Monochrome background

    [​IMG]

    Natural Light แสงธรรมชาติ



    [​IMG]

    Studio Light, ไฟสตูดิโอ



    [​IMG]

    Stereo Light ไฟสเตอริโอ



    [​IMG]

    Loop Light ลูปไลท์



    [​IMG]

    Rainbow light แสงรุ้ง



    [​IMG]

    Monochrome background ภาพพื้นหลังแบบขาวดำ



    [​IMG] [​IMG]

    AI Blacklight HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ เมื่อเราถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดีเทลของภาพให้มีความสมดุล อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้าของเราไม่ดำเนื่องจากการถ่ายย้อนแสงอีกด้วย

    ตัวอย่างภาพทางซ้ายมือจะเห็นว่าท้องฟ้าและฉากหลังนั้นสว่างจ้าจนเกินไป ส่วนภาพขวาเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งสามารถดึงรายละเอียดกลับมาทั้งใบไม้และท้องฟ้าที่ด้านหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา



    [​IMG]

    https://news.pdamobiz.com/wp-content/uploads/video-25610908-110508-2018-09-12_13-51-48_260416.mp4

    AR Stickers ฟีเจอร์เด่นจากรุ่นพี่ Vivo V9 อารมณ์ประมาณการใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคจับภาพได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย



    [​IMG]

    ฟีเจอร์ใหม่บน Vivo V11 ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้สวยงามและสะดวกง่ายดายขึ้นก็คือ AI Portrait Framing นั่นเอง โดยฟีเจอร์นี้ จะตรวจจับภาพใบหน้าบุคคลที่อยู่ในเฟรม พร้อมแนะนำการหันกล้องไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบของภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดนั่นเอง ตรงนี้ช่วยในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลได้ดีมาก แม้เราจะถ่ายรูปไมเก่งก็ตาม



    [​IMG]

    [​IMG]

    คุณภาพกล้องหลังของ Vivo V11 อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมากครับ ทั้งความคมชัดและความแม่นยำของไวท์ บาลานซ์ แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่วันถ่ายจริงนั้นเกิดฝนตก อากาศเลยครึ้ม ๆ ไม่มีแสง เลยทำให้ภาพออกในโทนอันเดอร์ไปบ้าง



    [​IMG]

    รูปใช้โหมด Auto ในการถ่าย เพื่อไว้ลองเปรียบกับ Bokeh Portrait mode



    [​IMG]

    เปิดใช้งาน Portrait mode โดยภาพที่ออกมานั้น สามารถละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนตา แถมยังเก็บดีเทลรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างเช่นปรอยผม หรือพวกเส้นขอบของเสื้อผ้าได้ค่อนข้างดีอีกด้วยครับ



    [​IMG][​IMG]

    Auto mode & Portrait mode



    [​IMG][​IMG]

    Auto mode & Portrait mode



    [​IMG][​IMG]

    Auto mode & Portrait mode



    [​IMG][​IMG]

    Auto mode & Portrait mode



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    Portrait mode



    [​IMG] [​IMG]

    สำหรับกล้องหลังของ Vivo V11 ก็มี AI Face Beauty มาให้ใช้งานไม่ต่างไปจากกล้องหน้าเลยครับ รวมไปถึงฟีเจอร์ Face Shaping ด้วย เรียกว่ากล้องหน้าทำได้อย่างไร กล้องหลังก็ทำได้ไม่แตกต่างกันเลยครับ



    [​IMG] [​IMG]

    ในโหมด AI Face Beauty สามารถเปิดใช้ Portrait mode ทำให้ภาพภาพที่ออกมานอกจากความสวยงามของ Face Beauty แล้ว ยังได้เรื่องของมิติของการละลายฉากหลังจากโหมด Portrait อีกทางหนึ่งด้วย





    จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ Vivo V11 กันต่อได้เลยครับ

    [​IMG] [​IMG]
    คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

    HDR off – HDR on



    [​IMG][​IMG]





    [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG][​IMG]



    สรุป Vivo V11


    ข้อดี

    1. เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ In-Display Fingerprint Scanning เหมือนรุ่นพี่ Vivo X21

    2. ดีไซน์สวยงาม ด้วยการไล่ระดับเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อีกทั้งตัวฝาหลังยังเป็นแบบ 3D ที่โค้งรับเข้ากับสรีระศาตร์ทำให้จับถือได้กระชับถนัดมือดีมาก

    3. ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้ามาพร้อมอินฟาเรต ทำให้ปลดล็อคได้รวดเร็วแม่นยำด้วย แม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืด

    4. หน้าจอแสดงผล Halo FullViewTM Display สวยงามคมชัด และเลือกใช้ดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำ อีกทั้งยังมีขอบจอบางเฉียบ ส่งผลให้มีอัตราแสดงผลสูงถึง 90.8% ทำให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง Youtube หรือ Netflix หรือเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

    5. กล้องหน้าหลัง/ ขับเคลื่อนด้วย AI อันชาญฉลาด และมีฟีเจอร์เด่น ๆ มากมาย ช่วยให้การถ่ายรูปสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่ได้มีความสามารถด้านการถ่ายภาพมาก่อนก็ตาม

    6. การจัดสรรพลังงานทำได้ค่อนข้างดี การใช้งานทั่ว ๆ ไป สามารถใช้งานได้ครบวัน และยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว (Dual-Engine Fast Charging)

    7. การเชื่อมต่อให้มาอย่างครบถ้วน รวมไปถึงรองรับ Full Netcom 4.0 และ Dual VoLTE

    8. ถาดซิมแบบTriple slot ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการใส่หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card





    สิ่งที่ต้องพิจารณา

    1. ไม่มี NFC
    2. พอร์ตชารจ์ยังเป็น Micro USB





    สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

     

ความคิดเห็น

การสนทนาใน 'Thai News Mobile Phone' เริ่มโดย Thai News, 14 กันยายน 2018

แบ่งปันหน้านี้